การเสริมจมูก (Rhinoplasty)

                 การเสริมจมูกเป็นการทำศัลยกรรมตกแต่งที่มีการทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่งในบ้านเรา

                 จมูกเป็นจุดเด่นบนใบหน้า ถ้าสวยจะทำให้ใบหน้าดูสวยมาก
1. ทำได้ง่าย ได้ผลดี และมีการแทรกซ้อนน้อย (ถ้าทำถูกวิธี)
2. ถ้ามีปัญหา ก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ใหม่ ไม่ยุ่งยากมากนักเหมือนการฉีดสารบางชนิดเข้าไป

วิธีการผ่าตัด

                เกือบจะทั้งหมดใช้การเสริมด้วยสารซิลิโคน (medical grade silicone) ผ่านทางรอยผ่าตัดขนาดเล็กที่ด้านในของจมูก ซึ่งแผลผ่าตัดนี้จะมองไม่เห็น แพทย์จะเริ่มผ่าตัดโดยการออกแบบซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้า และโครงจมูกก่อน จากนั้นจึงเริ่มการเสริม โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบจมูก บางรายอาจใช้ยานอนหลับร่วมด้วย โดยรับประทาน ในกรณีที่ผู้ป่วยตื่นเต้นหรือกลัวมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วใช้ยาชาเฉพาะที่ก็เพียงพอแล้ว หลังผ่าตัดก็สามารถกลับบ้านได้ทันที แพทย์ จะนัดมาดูอีกครั้งประมาณ 7 วัน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย

การดูแลหลังผ่าตัด

                โดยทั่วไปแล้วมักไม่จำเป็นต้องมีการปิดแผลบริเวณจมูกเลย สามารถ เดินทางกลับบ้าน โดยที่คนทั่วไปอาจไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ นอกจากอาการบวม

                 เมื่อกลับถึงบ้านให้ใช้ผ้าเย็นประคบโดยรอบจมูกประมาณ 1-2 วัน เพื่อไม่ให้มีเลือดออก จะได้มีอาการบวมน้อย จากนั้นวันที่ 3 และ 4 เมื่อมีการบวมเต็มที่แล้ว ให้เปลี่ยนมาประคบด้วยผ้าอุ่น เพื่อลดบวม

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

                 พบได้น้อย ถ้าได้รับการผ่าตัดมาอย่างถูกต้องและมีการดูแลที่ดีพอ อย่างไรก็ดีอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้คือ

1. จมูกที่เสริมไว้เอียง ถ้าตรวจพบในระยะแรกเช่น 1-2 สัปดาห์แรก แพทย์อาจช่วยดัดให้เข้าที่ได้ ถ้าเกิดภายหลังอาจเกิดจากการชนหรือกระแทกบริเวณจมูก จะไม่สามารถดัดให้เข้าที่ได้ง่าย มักจะต้องทำผ่าตัดใหม่
2. จมูกอักเสบ เกิดขึ้นได้ ถ้ามีการติดเชื้อบริเวณที่ทำผ่าตัด หรือบางครั้งเกิดจากการอักเสบผิวหนังบริเวณใกล้เคียง เช่น เป็นสิวบริเวณจมูก บ่อยครั้งที่มักเกิดจากการเสริมจมูกที่โด่งเกินไป เกิดการแดงที่บริเวณปลายจมูก และเกิดการอักเสบตามมา